พุ่งนี้เราจะเปิดเทอมแล้วคับพี่น้อง…
แค่นี้แหละ…
สั้นๆ ได้ใจความ…
เอิ๊กๆๆ
พุ่งนี้เราจะเปิดเทอมแล้วคับพี่น้อง…
แค่นี้แหละ…
สั้นๆ ได้ใจความ…
เอิ๊กๆๆ
ตอนนี้ผมกำลังมองหา notebook เครื่องใหม่ของผมอยู่ครับ
ผมไปเดินหาในพันทิพ ก็ยังคงตัดสินใจไม่ได้อยู่ดี
จนมีวันนึง ผมไปเห็นคนโพสต์ใน pantip ว่า “ลองไปดู BenQ S42 สิ น่าสนใจดี”
ผมก็เลยทำการค้นหา review และกระแสของรุ่นนี้จากในเน็ต
พออ่าน review แล้ว โอ้แม่เจ้าาาาา ช่างแรงเหลือล้น…
แค่เจอคำแรกก้สะดุดแล้วคับ
เล่น need for speed ปรับ spec max แล้วไม่มีคำว่ากระตุก
ใช้ cpu intel centrino2 (ว้าวๆๆ) ตระกูล Penryn ซะด้วย ประหยัดไฟสุดๆๆ เทคโนโลยีใหม่สุดๆ (หรือว่าผมโง่เอง)
แรม 2 GB แถมให้อีก 2 GB และที่เป็นกระเด็นก้คือ การ์ดจอคับพี่น้อง
มีสองตัวคับ ตัวนึงเป็น Geforce 9600G MT อีกตัวเป็น intel ออนบอร์ด (สำหรับโหมดประหยัดไฟ)
เจ้าตัว Geforce นี่แหละครับ ที่น่าสนใจ เพราะมันแชร์แรมได้ถึง 1.5 GB เลยทีเดียวครับ (มิน่าล่ะ ทำไมไม่กระตุกเลย)
แต่คนที่ review บอกว่า เค้าวัดอุณหภูมิสูงสุดได้ 96 C โอ้แม่เจ้าาาา ต้มน้ำเดือดเลยนะเนี่ย
สงสัยผมคงกินมาม่าไปเล่นเกมไปได้ โดยไม่ต้องเสียบกาต้มน้ำ .. หุหุ
คงอยากเห็น spec เต็มๆ กันแล้วใช่ไม๊คับ นี่เลยคับ
ด้วยความอยากรู้ ผมจึงกลับไปพันทิพ อีกหลายรอบ เพื่อไปสืบราคากับหลายๆอย่างเพื่อประกอบการตัดสินใจ
ผมไปมาสองสามครั้ง บวกกับการหาข้อมูลในเว็บบอร์ดต่างๆ ใช้เวลากว่าสิบชั่วโมง
ผมก็ตัดสินใจ เอาวะ ซื้อรุ่นนี้นี่แหละ
ผมก้เที่ยวสืบเสาะหาความมั่นใจ ถามคนนู้นคนนี้ที ว่าเบนคิวดีมั้ย รุ่นนี้เปงไง..
จนไปเจอรุ่นพี่คนนึง เค้าบอกว่า แล้วแกได้ลองหาดูรึยังว่าใช้ ubuntu ได้รึป่าว…???
พี่ลองหาแล้วมันไม่มีใครบอกว่าใช้ได้เลยนะ…???
เอาล่ะคับ มันเริ่มเป็นประเด็น
ไม่ยากคับ ผมก้ลองเอาแผ่น Ubuntu 8.04 Live CD ไปลองบูตดูครับ
ปรากฏว่า….
แล้วผมจะทำยังไงดีล่ะคับ… เห้ออออออ
กะว่าจะซื้ออยุ่แล้วเชียว…. TTTTTTTT
เอาล่ะครับ ตอนแรกวันนี้ผมว่าจะไม่เขียน..
แต่ผมอดใจไม่ไหวจิงๆครับ..
(เรื่องอาจจะยาวซักหน่อย แต่ก็อ่านกันให้จบนะครับ)
เอาละครับ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า
เรื่องมันมีอยู่ว่า…
วันนี้ผมไปทำงานที่คอนโดแถวๆปิ่นเกล้า.. ไปทำเว็บอะครับ
แต่นั่นมันก็ไม่ใช่ประเด็นหรอกครับ
เมื่อเวลาประมาณเกือบๆห้าโมงเย็น..
ผมนั่งมองที่หน้าต่าง ผมเห็นเมฆฝนสีดำค่อยๆลอยเข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆ
จนท้องฟ้าที่มันเคยเป็นสีฟ้า มันก็กลายเป็นสีเทาอมดำ.. (สีอะไรวะ..)
นี่แหละครับ คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด
ผมรีบเก็บคอมของผมลงกระเป๋า แล้วก็รีบลงมาด้านล่าง
มายืนรอแท็กซี่ที่ใต้สะพาน พอเดินถึงใต้สะพานปั๊บ
ผมก้คิดในใจว่า เออ ก้ยังดีเนอะ ที่เราลงมาเร็ว.. เหอๆๆๆ
ผม ปล่อยให้เพื่อนของผมที่นามสมมุติว่า “เต่า” ขึ้นแท็กซี่คันแรกไปก่อน…
คันต่อไปก็ของผมใช่ไม๊ครับ.. ผมรีบไปถามคนขับว่า “ไปอนุสาวรีย์ชัยไม๊ครับ”
“ไม่ทัน” นี่คือคำตอบจากคนขับ เพราะมันต้องรีบเอารถไปคืน
เห้อ เอาวะ ยังมีอีกหลายคัน.. แต่เมื่อผมโบกแท็กซี่ไปได้ประมาณเก้าหรือสิบคันนี่แหละ…
คำพูดที่คนขับพูดกับผม ก็ไม่แตกต่างกันมาก “ไปไม่ทัน” ส่ายหัว “แก๊สจะหมด” “…”
นี่มัน_หี้_ อะไรกันครับ ทำไมมึงไม่แปะป้ายไปเรยล่ะ ว่า “กรุไม่ไปอนุสาวรีย์ชัย” ผมจะได้ไม่ต้องโบก
เอาเถอะครับ แต่แล้วสวรรค์ก้ยังมีตา ส่งรถแท๊กซี่สีชมพูคันเก่าๆ มาส่งผมที่อนุสาวรีย์
ระหว่างทางมันก็ปกติดีครับ จนกระทั่งมาถึงทางแยก…
คนขับก็ขับรถชิดซ้าย เพื่อที่จะเลี้ยวซ้ายตรงแยกข้างหน้า..
ในขณะนั้น ก็มีผุ้ชายคนนึงใส่เสื้อแดง กำลังเดินอยู่ริมถนน
และตรงริมถนนนั้น ก็มีหลุมที่เต็มไปด้วยน้ำสีน้ำตาล อยู่ปริ่มๆ
แล้วก็นั่นแหละครับ *&%&)#$)@#@!$<?<>_*+
น้ำกระจายออกเป็นปีกหงส์เลยครับ… (ท่าทางหงส์จะตัวใหญ่ซะด้วย)
เต็มๆ ครับเต็มๆ ไม่พลาดซักเม็ด…
จากนั้นคนขับก็หันมาพูดกับว่า “เนี่ย แล้วจะให้ผมทำยังไง…”
“เบรกก็ไม่ทัน ถ้าเบรกแรงรถก้เสียหลักอีก หัวก็ล้าน ป่านนี้คงด่าไปถึงไหนแล้วเนี่ย…”
เอ้า เสือ_เห็นทันอีกว่าหัวล้าน.. ???
เอาล่ะคับ ก็เท่ากับว่า ผู้ชายหัวล้านใส่เสื้อสีแดงคนนั้น ซวยไป
ผมลงรถตรงบรรไดเลื่อนรถไฟฟ้า อนุสาวรีย์.. เพื่อที่จะรอร่มจากพี่
แต่ซักพัก ฝนมันก็ซา แล้วผมก็ขี้เกียจรอ
ผมก็เลยตัดสินใจ ลุยฝน ไปคับ
พอไปถึงตรงทางโค้ง หน้า food court ที่มันเจ๊งไปแล้ว..
โอ้แม่เจ้า สะพานลอยน้ำท่วม..
จากการสังเกตของผมแล้ว ตรงนี้ถูกออกแบบมาพิเศษ
ให้ที่ระบายน้ำอยู่สูงกว่าพื้น เพื่อทำให้สามารถกักเก็บน้ำได้มากขึ้น !!!
ก็ไม่เท่าไหร่หรอกคับ ก็แค่รองเท้าสีขาวๆ ของผมมันเริ่มเปลี่ยนสีตามสิ่งแวดล้อมเหมือนตุ๊กแก
ถุงเท้าผมก็เริ่มลื่นขึ้น.. อืม หึหึ
เดินไปซักพัก ก็เริ่มเกิดคอขวดขึ้น..
ถ้าคนที่เคยเดินสะพานลอยอนุสาวรีย์ จะเข้าใจ
ไม่ใช่ใครหรอกครับ ก็บรรดาพ่อค้า แม่ค้า แบกะดิน ทั้งหลายนั่นแหละครับ
เค้าปูผ้าขายของกินพื้นที่ออกมาถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์
(ทำไมคุณ(มึ_)ไม่ปิดทางเดินไปเลยนะครับ พี่น้อง)
ถ้าถามว่า เทศกิจ ไปไหน.. โห ง่ายๆครับ หลบฝน !!!
หลังจากฝ่าฟันกับบรรดาร่มทั้งหลายที่พร้อมจะจิ้มตาผม มาได้ซักพัก
ผมก็เดินมาถึงบันไดลง … ไม่น่าเชื่อครับ
คุณเคยเห็นน้ำตกในกรุงเทพรึป่าวครับ…
มันสวยงามมากครับ…
น้ำค่อยๆหลังลงมาจากสะพานลอย ลงมาที่บันไดทีละขั้น ทีละขั้น ..
จนถึงถนนที่กลายเป็นคลองย่อยๆไปซะแล้ว…
แต่เรื่องราวมันไม่จบง่ายๆหรอกครับ
ทางเข้าหอของผม.. โอ้แม่เจ้าาาาาาาา….
น้ำสูงปะมานครึ่งแข้งได้… กับรองเท้าที่เคยขาวของกรู….
เอาเถอะครับ ผมไม่อยากที่จะบรรยายฉากนี้ซักเท่าไหร่…
จากเรื่องราวทั้งหมดในวันนี้ ผมได้ข้อคิดบางอย่างคับ
ข้อแรก ถ้าพรรคเราได้เป็นฝ่ายรัฐบาล ผมจะบอกให้ท่านหัวหน้าพรรคที่แสนน่ารัก แก้รัฐธรรมนูญ
ให้แท๊กซี่แต่ละบริษัทตั้งเวลาคืนรถให้ไม่เท่ากัน.. ห่างกันซักหนึ่งชั่วโมงก็ยังดี…
ข้อทีสอง เย็นวันนี้ผมจะอดข้าวเย็ฯประท้วงเทวดา ตามสิทธิของประชาชนที่ระบุในรัฐธรรมนูญ
ที่เทวดาได้ทำให้ฝนตกหนักขนาดนี้… (จิงๆ เพราะผมไม่อยากที่จะลุยฝนไปซื้อข้าวอะครับ)
ข้อที่สาม วันไหนก็ตามที่ผมพกร่ม ฝนจะไม่ตก.. แต่เมื่อวันที่ฝนตก ผมก็ไม่พกร่มไป… เห้อ
จบ..
ผมเห็นว่าตอนนี้ประเด็นทาง การเมือง กำลังร้อนแรง
ผมก็กลัวว่าจะตกเทรน ผมก็เลยต้องมาออกความเห็นกันหน่อย…
แต่ผมก็ขอบอกก่อนนะครับ ว่าผมเป็นกลาง..
แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่ผมจะเขียนซักเท่าไหร่หรอกครับ
และสิ่งหนึ่งที่ผมจะขอย้ำก็คือ
เรื่องนี้มันก็มีอยู่ว่า ….
วันหนึ่ง กระรอก ได้มาคุยกับ ไอ้พร แล้วกระรอกก็บอกผมว่า
กระรอก : “เห้ย เรามาตั้งพรรคกันดีมั้ยวะ”
ไอ้พร : “อืม กรุว่าก็ดีนะ.. เอาเรยๆๆ”
กระรอก : “จะใช้ชื่อพรรคว่าอะไรดีวะ??”
ไอ้พร : “เห้ย กรุคิดออกชื่อนึง ชื่อว่า “พรรคการเรียน” ” (อยากรู้ว่าทำไมก็ลองผวนกันดูนะครับ)
กระรอก : “อืม ก็ดีหวะ” (ท่าทางจะโดนใจมัน..)
จากนั้นพวกเราก็ได้ทำการแต่งตั้งตำแหน่งกัน โดยให้
เอาล่ะ ถึงแม้ว่าตอนนี้พรรคของเราจะมีกัน 7 คนแล้ว แต่ก็ยังคงไม่เพียงพอ
ใครสนใจ สามารถติดต่อได้ที่ กระรอก(น้อยหิมะซานตง) ได้โดยตรงเลยนะครับ
จบตอนที่ 1
มาเกริ่นนำกันก่อน
เหตุผล ก็ง่ายๆครับ เนื่องจากผมชอบ Mac มาก แล้วมันชอบใช้ i ขึ้นต้นคำ
ผมก็เลยว่าจะใช้ iPorn แต่ดันมีใครไม่รู้ ดันเอาไปทำเว็บโป๊ แล้วก็โดนแบนไปซะงั้น..
ผมก็เลยต้องเติม z ไปอีกตัวนึง ก็เลบกลายเป็น izporn เนี่ยแหละครับ
มันก็ไม่มีอะไรมากมายหรอกครับ ก็แค่ ผมชื่อ “พร”
แต่พอเขียนเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ก็กลายเป็น “Porn” กลายเป็นหนังโป๊ซะงั้น
ไหนๆก็ไหนและ มาดูคำแปลของคำว่า Porn กันหน่อย
porn – N. – คำย่อของ pornography
pornography – N. – หนังสือ ภาพ เรื่องเขียน หนังและศิลปะที่ลามกอ้างอิง : lexitron.nectec.or.th
จริงแล้วผมคิดว่า ความหมายจริงๆมันไม่น่าจะน่าเกลียดขนาดนี้
แต่มันดันกลายเป็นคิดฮ๊อตฮิตในบรรดาเว็บโป๊ทั้งหลายไปแล้วน่ะสิ… เห้อ
บ่นมามากและ.. เริ่มเหนื่อย…
เอาเป็นว่าจะทยอยเขียนไปเรื่อยละกัน…
โปรดติดตามตอนต่อไป…